งานวิจัย: การศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนโครงการบ้านธนารักษ์ประชารัฐ
กรณีศึกษา ที่ราชพัสดุแปลงหลังโรงกษาปณ์ประดิพัทธ์ โดย นายมนตรี บุญญาพงษ์พันธ์
ได้รับการตรวจสอบและอนุมัติ ให้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตร เศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต (เศรษฐศาสตร์ธุรกิจ)
เมื่อ วันที่ 9 มิถุนายน 2560
โดย นายมนตรี บุญญาพงษ์พันธ์ ได้กล่าวถึงปัญหาและอุปสรรคการดำเนินโครงการบ้านธนารักษ์นนทบุรี ดังนี้
(หน้า 24)
3.5 ปัญหาและอุปสรรคการดำเนินโครงการบ้านธนารักษ์นนทบุรี
การดำเนินการบ้านธนารักษ์ที่ผ่านมา ได้มีปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงานโครงการที่ดำเนินการล่าช้าที่สุด คือ บ้านธนารักษ์จังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่สุดก่อสร้างอาคารพักอาศัยรวม 8 ชั้น จำนวน 8 อาคาร จึงสรุปประเด็นปัญหาไว้ เพื่อจะได้เป็นแนวทางในการดำเนินการวางแผนบริหารจัดการต่อไป
1. การก่อสร้างอาคาร ในช่วงปี 2551 สหรัฐอเมริกาได้ประสบปัญหาวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ หรือ วิกฤติสินเชื่อด้อยคุณภาพ ธนาคารไทยจึงเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อ ผู้รับจ้างก่อสร้างอาคารในชุดแรกขาดสภาพคล่องทางการเงิน เมื่อผู้รับจ้างได้ดำเนินการเบิกงวดเงินจากการก่อสร้างแล้ว เจ้าหนี้ธนาคารของผู้รับจ้างได้นำเงินส่วนนี้ไปชำระหนี้ธนาคารในส่วนที่ผู้รับจ้างผูกพันหนี้ในโครงการก่อสร้างอื่นของผู้รับจ้าง ต่อมาศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ บริษัทดังกล่าว ทำให้ผู้รับจ้างไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้การก่อสร้างจึงหยุดลง เมื่อเริ่มก่อสร้างต่อ ปรากฏว่าต้นราคาวัสดุและค่าแรงปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ต้นทุนโครงการสูงขึ้น พื้นที่โครงการอยู่ด้านใน ต้องมีการลงทุนด้านสาธารณูปโภคทำให้ต้นทุนโครงการสูง เช่น ก่อสร้างถนนทางเข้า เขื่อนป้องกันริมตลิ่ง เป็นต้น
2. เมื่อโครงการก่อสร้างและโอนให้ผู้ได้รับสิทธิแล้ว ไม่สามารถมีสภาพเป็นนิติบุคคลอาคารชุดได้ ทำได้เพียงคัดเลือก กรรมการโครงการบ้านธนารักษ์ เนื่องจากการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลติดข้อกฎหมายเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดินที่เป็นของกระทรวงการคลัง ซึ่งผู้ซื้อมีสิทธิเป็นเจ้าของเฉพาะส่วนในห้องของอาคาร เท่านั้น ส่วนเรื่องที่ดินได้เพียงแค่สิทธิการเช่าที่ดินราชพัสดุเพื่ออยู่อาศัย
3. ผู้ได้รับสิทธิไม่ได้เข้าพักอาศัยเอง บางส่วนนำไปให้บุคคลภายนอกเช่าช่วงต่อ